fbpx

ดูผ้าเป็น ได้เสื้อคุ้มค่าคุ้มราคา

ชนิดเนื้อผ้าทำเสื้อยืด

เนื้อผ้าสำหรับเสื้อคอปกและเสื้อยืด (POLO & T-SHIRT)

ลักษณะของเนื้อผ้าสำหรับเสื้อโปโลและเสื้อยืด ที่นิยมใช้กัน มี 3 ชนิด ดังนี้

เนื้อผ้า 
1. Cotton 100% (ผ้าฝ้าย) ความยืดหยุ่น สูงมาก การระบายอากาศ สูงมาก 
2. TC ( Cotton ผสม Polyester ) ความยืดหยุ่น ปานกลาง การระบายอากาศ ปานกลาง 
3. TK ( Polyester หรือ ใยสังเคราะห์ ) ความยืดหยุ่น พอใช้ การระบายอากาศ พอใช้ 

1. Cotton 100% (ผ้าฝ้าย)
Cotton เป็นเส้นใยธรรมชาติ 100% ผลิตจากฝ้ายสวมใส่สบายะบายอากาศได้ดีซับเหงื่อได้ดีเยี่ยมเนื้อผ้าจะมีลักษณะ
ด้าน แต่ก็มีจุดด้อยอยู่เหมือนกัน คือมันจะยับง่าย เมื่อซักบ่อยๆ ก็จะย้วย 

จุดเด่น 
1. สวมใส่สบาย ระบายอากาศดีมาก 
2. ผ้านุ่มเนียนสวย 
3. การดูดซับน้ำดี 

จุดด้อย 
1. ผ้าต้องหดตัวเมื่อผ่านการซักครั้งแรก 
2. ราคาสูงกว่าผ้า TC และ TK
3. ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพผ้าและร้านขาย 

ประเภทเส้นใย Cotton จะแบ่งตามลักษณะได้ดังนี้

1.1 Cotton OE เป็นผ้า Cotton เกรดต่ำสุด ลักษณะของผ้าจะมีความกระด้างมากกว่าผ้า Cotton ชนิดอื่นๆ
1.2 Cotton Semi เป็นผ้า Cotton เกรดปานกลาง ผ้าจะมีความเนียน ณ ระดับหนึ่ง ไม่กระด้าง ราคาไม่สูง และ คุณภาพค่อนข้างใช้ได้
1.3 Cotton Comb เป็นผ้า Cotton เกรดดีที่สุด ลักษณะผ้าจะมีความเนียนและเงามาก ราคาสูงมากกว่าCottonเกรดอื่น 

ขนาดเส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า Cotton มีดังนี้
1.1 Cotton No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ผ้าที่ทอได้จึงหนาพอสมควร
1.2 Cotton No.32 เส้นด้ายจะมีขนาดเล็ก ผ้าที่ทอได้จะเนียนและบาง
1.3 Cotton No.40 เส้นด้ายมีขนาดเล็กที่สุด ผ้าที่ทอจึงเนียนมาก และบางมาก จึงต้องทอเป็นเส้นคู่ และราคาจะค่อนข้างสูง

2. TC (Cotton ผสม Polyester)
เป็นเส้นใยผสมระหว่าง Cotton และ Polyester ผ้าชนิดนี้นิยมทอผ้าให้มีลักษณะเป็นรูเนื่องจากผ้าประเภท TK และ TC มีสมบัติในการระบายอากาศที่ไม่ค่อยดีนัก การทอผ้าจึงนิยมทอผ้าให้มีรูเล็กๆ เพื่อช่วยระบายอากาศ และเพื่อความสบายในการสวมใส่เนื้อผ้าจะมีลักษณะความมัน (น้อยกว่า TK) 

จุดเด่น 
1. สวมใส่สบาย ระบายอากาศดีพอใช้ 
2. การดูดซับน้ำดีพอใช้

จุดด้อย 
1. ผ้ามีการย้วยบ้างเมื่อผ่านการซัก 
2. ผ้าจะไม่เนียนสวยเท่า Cotton 
3. ราคาขึ้นอยู่กับสีผ้า 

ขนาดเส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า TC มีดังนี้

1.1 TC No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ใช้ทอได้ทั้งผ้าเรียบและผ้าจูติ
1.2 TC No.34 เส้นด้ายจะมีขนาดเล็กมาก ใช้ทอผ้าจูติ จึงต้องทอเป็นเส้นคู่

3. TK (Polyester หรือ ใยสังเคราะห์)

เป็นเส้นใยสังเคราะห์ผลิตจาก Polyester ผ้าใยสังเคาะห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าผ้า T/K หรือ TK เนื้อผ้าจะมีลักษณะมัน คุณสมบัติ ทั่วๆไป คือ ผ้า TK จะไม่ค่อยยับ อยู่ทรง ไม่ย้วย สีไม่ตก
แต่จุดด้อยก็คือเสื้อที่ทำจากผ้า TK ใส่แล้วจะร้อน เนื่องจากระบายอากาศไม่ดีผ้า TK จึงนิยมทอ ให้มีลักษณะเป็นรูเช่นกัน ทนทานหาได้ง่ายและวางขายตามท้องตลาด

จุดเด่น 
1. ราคาถูก 
2. ทนทาน
3. หาซื้อง่ายตามท้องตลาด 

จุดด้อย 
1. ผ้าจะเป็นเม็ดเมื่อผ่านการซัก 
2. เนื้อผ้ากระด้าง ระบายอากาศไม่ดี 
3. ไม่ดูดซับน้ำ 

เส้นด้าย ที่นิยมนำมาทอผ้า TK มีดังนี้

1.1 TK No.20 เส้นด้ายจะมีขนาดใหญ่สุด ใช้ทอได้ทั้งผ้าเรียบและผ้าจูติ

ลักษณะการทอมีอยู่ 2 แบบ

แบบเนื้อ Lacoste หรือ เนื้อ Juti < จุติ> 
– ทอแบบ Juti รูจะเป็นรูปรังผึ้ง 
– ทอแบบ Lacoste รูจะเป็นรูปข้าวหลามตัดเล็กๆ 
แบบเนื้อเรียบ 

เนื้อผ้า และ ความเหมาะสม 
Cotton 100% (ผ้าฝ้ายธรรมชาติ) 

เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ในที่กลางแจ้งและโดนแดดบ่อยๆ
เพราะผ้าจะระบายอากาศได้ดีไม่ค่อย อมเหงื่อ
หรือต้องการความหรูหราใส่สบายแต่ราคาอาจจะสูงซักนิดนึง

TC ( Cotton ผสม Polyester ) 

เหมาะกับคนที่เหงื่อออกง่ายแม้ทำงานอยู่ในห้องแอร์
เพราะระบายอากาศได้ดีพอสมควรและจุดเด่นที่โดดเด่นกว่า 
Cotton 100% คือ อยู่ทรง ไม่หดไม่ย้วย (ส่วน Cotton
จะคุม % ความหดและย้วยลำบาก) 

TK ( Polyester หรือ ใยสังเคราะห์ ) 

เหมาะที่จะใช้ในห้องแอร์ ไม่ค่อยโดนแดด 

มีข้อแนะนำการซักและการดูแลรักษาเสื้อยืดให้อยู่กับเรานานๆมาแนะนำนิดหน่อยครับ

1. ให้แยกซักระหว่างผ้าขาวกับผ้าสี แนะนำให้ซักมือจะดีกว่า

2. ผงซักฟอกให้เลือกที่ไม่รุนแรง และ ถนอมใยผ้าครับ

3. ไม่ควรตากโดยใช้ไม้แขวนเสื้อ ให้กลับด้านแล้วพาดเสื้อกับที่ราวตากผ้า

4. เมื่อเสื้อแห้งถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้ไม้แขวนเสื้อนะครับ ควรผับเก็บจะดีที่สุดครับ

ควรระวังข้อ3 กับ ข้อ4 เพราะเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เสื้อของคุณเสียทรงเร็ว และคอเสื้อยืดง่าย
 

ผ้าฝ้ายผสมกับผ้าใยสังเคาะห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าผ้า T/C หรือ TC

เป็นผ้าที่มีส่วนผสมเป็นใยสังเคราะห์ และนำเนื้อฝ้ายเข้ามาผสมรวมด้วย
คุณสมบัติก็จะอยู่กลางระหว่างผ้า cotton
และผ้า TK ผ้าชนิดนี้นิยมทอผ้าให้มีลักษณะเป็นรู
เนื่องจากผ้าประเภท TK และ TC มีสมบัติในการระบายอากาศที่ไม่ค่อยดีนัก การทอผ้า
จึงนิยมทอผ้าให้มีรูเล็กๆ เพื่อช่วยระบายอากาศ และเพื่อความสบายในการสวมใส่เนื้อผ้า
จะมีลักษณะความมัน (น้อยกว่า TK) 
 

ผ้าใยสังเคราะห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าผ้า T/K หรือ TK

เป็นผ้าที่มีส่วนผสมหลักเป็นใยสังเคราะห์ เนื้อผ้าจะมีลักษณะมัน
คุณสมบัติ ทั่วๆไป คือ ผ้า TK จะไม่ค่อยยับ อยู่ทรง ไม่ย้วย สีไม่ตก
แต่จุดด้อยก็คือเสื้อที่ทำจากผ้า TK ใส่แล้วจะร้อน
เนื่องจากระบายอากาศไม่ดีผ้า TK จึงนิยมทอ ให้มีลักษณะเป็นรูเช่นกัน
ทนทานหาได้ง่ายและวางขายตามท้องตลาด

ความเหมาะสมในการเลือกใช้

 

เนื้อผ้า

ความเหมาะสม

Cotton 100% 
(ผ้าฝ้ายธรรมชาติ)

เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ในที่กลางแจ้งและโดนแดดบ่อยๆ
เพราะผ้าจะระบายอากาศได้ดีไม่ค่อย อมเหงื่อ
หรือต้องการความหรูหราใส่สบายแต่ราคาอาจจะสูงซักนิดนึง

TC 
( Cotton ผสม Polyester )

เหมาะกับคนที่เหงื่อออกง่ายแม้ทำงานอยู่ในห้องแอร์
เพราะระบายอากาศได้ดีพอสมควรและข้อดีที่โดดเด่นกว่า Cotton 100% 
คือ อยู่ทรง ไม่หดไม่ย้วย (ส่วน Cotton จะคุม % ความหดและย้วยลำบาก)

TK
( Polyester หรือ ใยสังเคราะห์ )

เหมาะที่จะใช้ในห้องแอร์ ไม่ค่อยโดนแดด


ลักษณะการทอมีอยู่ 2 แบบ

  • แบบเนื้อ Lacoste หรือ เนื้อ Juti < จุติ>
    • ทอแบบ Juti รูจะเป็นรูปรังผึ้ง
    • ทอแบบ Lacoste รูจะเป็นรูปข้าวหลามตัดเล็กๆ

     
  • แบบเนื้อเรียบ


สิ่งที่มีผลต่อการประเมินราคา

  • จำนวนที่ใช้ ยิ่งถ้าใช้จำนวนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนผ้าถูกลง
  • จำนวนของการปักโลโก้ หรือ สกรีน และ ขนาดของแต่ละจุด
  • ข้อดีของการสกรีน ลวดลายละเอียดตามที่ต้องการ สวยงาม สีสรรค์สดใส
    ราคาจะ ขึ้นอยู่กับจำนวนสี และ ขนาด
  • ข้อดีของการปักจะทำให้เสื้อดูดี มีราคา หรูหราน่าสวมใส่

 

🌈 ติดตามผลงานร้านมีเสื้อ MeeShirt MeeShirt

🌈 โทร : 084-5998135

🌈 Line : @meeshirt

🌈 Facebook : https://www.facebook.com/MeeeShirt/

🌈 Line : https://www.instagram.com/bmcorp2016/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *